กราบสวัสดีงามๆกับสมาชิก CLV ทุกท่านนะครับ กระผมนาย Dome_inlove แห่งแก๊งกระบือแอนด์โคได้กลับมารายงานตัวอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานพอสมควรเพื่อสะสางปัญหาชีวิตที่มีจุดเริ่มต้นจากผู้หญิงกลางคืนเพียงแค่คนเดียว....เอ..หรือหลายคนหว่า??
เมื่อปัญหาชีวิตทุเลาลง ผมก็เริ่มกลับเข้าสู่วงการอย่าง Unlimited อีกครั้ง และแน่นอนบ้านกลางคืนหลังเดียวของผมคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก “ดินแดนสายรุ้ง”
สมาชิกแก๊งกระบือฯ ยังคงรอแสตนด์บายอยู่เสมอ(สงสัยผืนหญ้าแห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์จัด กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด) ไม่ว่าจะเป็น เสธ.ต., ยังเซ, Love Is, Last devil, W-Cat และอีกหลายๆคนที่คุ้นเคย หากจะแปลกไปกว่าเมื่อก่อนคงจะเป็นเด็กๆในร้านที่เป็นคลื่นลูกใหม่มาแทนคลื่นลูกเก่าที่นับวันยิ่งโรยรา (เข้าร้านมาปุ๊บ งงแดรก!!!นึกว่าเข้าร้านผิด ไม่รู้จักเด็กซักคน)
กลับมาทั้งทีจะเขางอกแบบเดิมได้อย่างไร ผมจึงกลับมาแต่ตัวไม่พก “หัวใจ” มาด้วย สิ่งที่อยู่ภายในหน้าอกข้างซ้ายจึงเป็นแค่ก้อนเนื้อที่ดิ้นได้เท่านั้น
คืนแรกที่กลับมาเที่ยวกับแก๊ง ผมเรียกเด็กคนหนึ่งมานั่ง ชื่อของเธอคือ “น้องโฟร์” เธอไม่ถึงกับสวยแต่ก็หน้าตาน่ารักคล้ายๆนามสมมติที่ผมตั้งให้เธอนั่นแหละ ตัวเล็กหุ่นดี ถามว่าประทับใจมั้ย ขอตอบตามตรงว่าเฉยๆ เด็กใหม่หลายคนที่ผมเห็นยังสวยกว่าอีก แต่สิ่งที่สะดุดความคิดผมคือท่าทางการพูดการวางตัวของเธอที่คัดลอกพิมพ์ของสาวกลางคืนคนหนึ่งที่ผมหลงรักมายังกะแกะ
ยิ่งคุยผมก็ยิ่งแพ้ทาง จาก 5 เต็ม 10 ผมแอบบวกคะแนนให้เธอมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่แล้วมารผจญก็โผล่มาจนได้ น้อง ม. เด็กเก่าของผมซึ่งทำอยู่ร้านใกล้เคียง บังเอิญมาเที่ยวดินแดนสายรุ้งกับลูกค้า พอเธอเห็นหน้าผมเท่านั้นแหละ เลือดก็ขึ้นหน้าเธอทันที เธอเดินตรงมายังโต๊ะที่ผมนั่งอย่างกระฟัดกระเฟียด โชคดีหน่อยที่น้องโฟร์กำลังขึ้นเต้นอยู่บนฟลอร์ ไม่งั้นผมคงไม่รู้จะงัดวิชาของท่านยังเซหรือ “ตอแหลขั้นเทพ” มาใช้ได้อย่างไร
เธอกระหน่ำถามผมด้วยอารมณ์โมโห “ไหนบอกว่าเลิกเที่ยวแล้วไง!!” “ไหนบอกว่าอยู่กับแฟน!!” “ไหนบอกว่าจะตัดขาดไม่เที่ยวที่แบบนี้อีก!!”
ใช่ครับ...นั่นคือสิ่งที่ผมเคยบอกน้อง ม. แต่บอกเพื่อหาเรื่องชิ่งจากเธอ ไม่อยากให้เธอโทรมารังควานผมตอนดึกๆ และผมก็เชื่อว่าคงไม่มีทางที่จะกลับไปเที่ยวร้านที่เธอทำอีก แต่ที่ไหนได้ เธอดันมาโผล่อยู่ที่นี่ซะเนี่ย!!
ผมตอแหลไปอย่างนั้น อย่างนี้ ฟังดูดีแต่ก็ไม่เนียนสักเท่าไหร่ น้อง ม. เริ่มออกมือออกไม้ทุบตี เคยมีคนบอกผมว่ากฎเหล็กของที่นี่คือห้ามเด็กตบหน้าลูกค้า แต่เธอใช่เด็กของที่นี่ซะเมื่อไหร่ล่ะ!! ว่าแล้วเธอก็บรรจงเอาฝ่ามืองามๆฟาดเข้าใส่ใบหน้าผมไปฉาดนึงจนผมต้องจับสองแขนของเธอเอาไว้ ผมพยายามทำใจให้เย็นที่สุดเท่าที่ลูกค้าคนหนึ่งจะทำได้ เล่ห์ลิ้นก็พร่ำหยอดคำหวานแก้ตัวไปต่างๆนานาให้เธอตายใจ และมันก็เริ่มได้ผลบ้างเล็กน้อย เธอเริ่มสงบสติอารมณ์ลงและยอมกลับไปนั่งโต๊ะลูกค้าของเธอ
น้องโฟร์กลับมาจากการเต้น เธอเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง... ผมจึงบอกเธอไปว่าไม่ต้องกลัว ก็แค่เด็กเก่าแวะมาทักทายนิดหน่อย แต่น้องโฟร์ก็ยังคงหวาดวิตก หันซ้ายแลขวากลัวว่าน้อง ม. จะเข้ามาหาผมอีก ผมพยายามชวนเธอคุยไปเรื่อยๆจนเธอหายกังวล และแล้วก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องขึ้นเต้นอีกรอบ...
ในขณะที่น้องโฟร์ขึ้นเต้น น้อง ม. ก็เดินตรงดิ่งมาหาผมทันที และเธอก็ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของเธอ
“นั่งกับไอ้โฟร์ เหรอ ชอบมันเหรอ..”
เฮ้ย!! นี่น้อง ม. รู้จักน้องโฟร์ด้วยหรือวะเนี่ย มันทำอยู่คนละร้านกันไม่ใช่หรือวะ ซวยละกู!! บอกตรงๆว่าตอนนั้นผมตอแหลอะไรไม่ถูก เพราะถ้าเธอรู้จักกันจริงๆ เธอก็เอาไปถามกันได้อยู่ดี น้อง ม. ยิ้มเยาะอย่างสะใจ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งหงอยด้วยจำนนต่อสถานการณ์ พอเธอลุกไป น้องโฟร์ก็กลับมานั่งข้างผมอย่างขวัญเสีย
“โฟร์ไม่อยากมีปัญหาแล้วนะ โฟร์กลัว”
“ใจเย็นๆ ครับโฟร์ ตกลงนี่โฟร์รู้จักกับ ม. ด้วยเหรอ”
“เปล่านี่!!”
“อ้าว!! เฮ้ย!! ก็เมื่อกี้ ม. มันมาพูดกะพี่ยังกะรู้จักกับโฟร์”
“อ๋อ... เมื่อกี้เค้าเอาแก้วเหล้ามาให้โฟร์ดื่มที่ฟลอร์ แล้วถามโฟร์ว่าชื่ออะไร”
บร๊ะแล่วววววว!!! น้อง ม. มันร้ายจริงๆเฟ้ย เล่นเอาซะผมกับน้องโฟร์ปั่นป่วนไปหมด น้อง ม. มันแวะมาหาผมเป็นพักๆ จนน้องโฟร์ทนความกดดันไม่ไหว ในที่สุดเธอจึง....
“โฟร์ขอสต๊อปดื่มนะพี่ โฟร์ไม่อยากมีปัญหา..”
“ได้ครับ.. พี่ขอโทษนะครับ หวังว่าคราวหน้าเราจะได้นั่งด้วยกันอีกนะครับ”
“ค่ะ..โชคดีค่ะพี่”
แล้วเธอก็เดินจากไปไม่กลับมา.. ผมคิดว่านี่คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งกับเธอ แต่ใครจะไปรู้ล่ะ..ว่าเธอจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตผมเหมือนอย่างทุกวันนี้!!!!!
เพื่อความกระชับของเนื้อหา ผมขอเล่าลัดมายังการพบกันครั้งที่สองระหว่างผมกับน้องโฟร์ ก่อนหน้าที่จะถึงการพบกันครานี้ผมก็ได้เข้าร้านมาสามสี่ครั้งแล้ว ผมนั่งกับเด็กคนอื่นไปเรื่อยๆ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้สึกถูกชะตาเลยสักคน บางคนนิสัยดีแต่ความน่ารักไม่ผ่าน บางคนหน้าตาสะสวยแต่นิสัยไม่น่าเอามาทำยา ในที่สุดผมจึงตัดสินใจเรียกน้องโฟร์มานั่ง ด้วยหวังว่าเธอจะไม่ถือโทษโกรธเคืองเหตุการณ์ในครั้งก่อน
เมื่อเธอมานั่ง เราก็ยังคุยกันถูกคอเช่นเดิม ไม่รู้อะไรดลบันดาลให้ผมกับเธอสนิทสนมกันได้รวดเร็วเพียงนี้ เราจึงนัดไปดูหนังกันในวันรุ่งขึ้น....
ช่วงเวลาแห่งความสุข สดใส ซาบซ่าน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราดูหนัง กินข้าว เดินชอปปิ้ง และพอตกกลางคืนผมก็เข้าดินแดนสายรุ้งพร้อมกับเธอ ดึกขึ้นอีกหน่อยผมกับเธอ และเพื่อนอีกสองคนก็ออกไปเที่ยวที่ผับแถวรัชดา พอถึงเวลาตีสามก็พาเธอกลับมาดินแดนสายรุ้งอีกเพื่อผมจะได้พบปะกะเพื่อนๆ นั่งได้ซักสิบนาทีน้องโฟร์เริ่มทำท่าไม่ไหว เธอจึงขอให้ผมไปส่งเธอที่ห้อง...
ตอนแรกก็ยังดีๆอยู่ แต่พอมาถึงแมนชั่นของเธอปุ๊บ เธอก็สลบไปในบัดดล ผมค่อยๆอุ้มเธอลงมาจากรถแท็กซี่พลางก็ทำหน้านิ่งๆกลัวว่ายามจะหาว่าเป็นไอ้โรคจิต
เวงกำ.. ประตูต้องใช้คีย์การ์ด แล้วกรูจะผ่านไปได้ยังไง ในขณะที่ผมบ่นพึมพำน้องโฟร์ที่สลบอยู่ในอ้อมกอดผมก็เริ่มครางงึมงำ..พร้อมกับเอามือควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าถือของเธอ ผมช่วยเธอควานหา โอ้!! เจอแล้วคีย์การ์ด ผมจึงพาร่างของเธอผ่านเข้าไปในแมนชั่นได้อย่างหวุดหวิด
อ้าว!! แล้วเธออยู่ห้องอะไร?? บนคีย์การ์ดก็ไม่ได้ระบุหมายเลขห้องเอาไว้ ผมกระซิบถามเธอที่กำลังซบต้นคอผมอยู่ เธออุทานออกมาเบาๆราวกะใบ้หวย โอเค...ห้อง XXX ผมค่อยๆลากร่างของเธอขึ้นลิฟท์แล้วตรงไปยังห้องของเธอ...
เมื่อถึงห้อง..ผมค่อยๆอุ้มร่างของเธอไปนอนบนเตียง เปิดไฟเพื่อดูรอบๆว่ามีปั๋วเธออยู่ในห้องหรือไม่ อืม..ไม่มีใคร แต่ห้องรกใช้ได้.. แล้วกรูจะทำยังไงต่อไปล่ะวะเนี่ย...
เธอนอนดิ้นไปดิ้นมาเหมือนคนฝันร้าย ผมจึงรีบเข้าไปลูบศีรษะเธอเบาๆอย่างสุภาพบุรุษชน
“โฟร์ปวดหัว...”
อ้าว!! นั่น!! แล้วกรูจะทำยังไงล่ะเนี่ย ผมสูดหายใจลึกๆหนึ่งที... พลางก็คิดในใจว่าสงสัยต้องจัดยาแก้ปวดให้เธอสักดอกแล้วกระมัง....
ปล แก้หัวข้อให้แล่ะ
