:dookdik23: ต่อนะครับพอดีเมื่อคืนไปหาเธอมาทีร้าน เลยเมามายไปกลับมาเขียนต่อไม่ไหว ขอบคุณพีพี่ทีมารออ่านนะครับ ขอบคุณมาก
เสียง น้องโบว์ โคโยตี้ เหมือนมีเรื่อง ให้เธอร้องไห้ ผมนึกในใจโชคดี ถ้าน้อง อ.pr ยังไม่ลงไป ผมคงรับไม่ได้
ผมถามน้อง โบ โคโยตี้ว่า " เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้ "
น้อง โบ " ปล่าววววว "
ผมอำ " ไม่จริงหรอกค่ะ พี่รู้นะ เสียงเธอปกติไม่ใช่แบบนี้ "
" พี่เป้นคนพูดตรงๆ นะ " " พี่รู้ว่าเธอกำลังกลุ้มใจ ...... พูดมาเถอะพี่เป็นกำลังใจให้คนไร้หลักเสมอๆ " :dookdik23:
เธอ พูด " มันแย่มากไหมพี่ ถ้าเรารักใครแล้วเขาไม่รัก เราเหมือนก่อนเเล้ว " " มันโง่งมงายมากไหมทีเรายังรักคนที่ไม่รักเราอีกแล้ว"
ผมเงียบสักครู่ ...................... จึงถาม " นี่เธอหมายถึงใคร แฟนเธอเหรอ "
เธอเงียบสักครู๋ "ใช่ " ผมอึ้ง
ผมตอบ " ไม่หรอกค่ะ คนดี พี่ก็เคยเป้น ไม่โง่หลอก คนเราบางครั้งตกใจใจหายทีเขาไม่เหมือนเดิมกับเราแล้ว "
" พี่เคยเป็นตอนเลิกกับแฟน " ผมตัดสินใจเล่าเรื่องน้องยีนโคโยตี้ ทีผมเคยคบทีร้านนี้ให้เธอฟัง เพื่อเปรียบเทียบและผ่อนคลาย
อารมณ์เศร้าโศก ของเธอ เธอเงียบและเป้นผู้ฟังทีดี เธอฟังจบก็เห็นใจผม แล้วบอกกับผมว่า
" ของพี่คลายกับโบเลย แต่มีแต่เพื่อนบอกว่า หนู โง่ เราต้องเป้นฝ่ายเลือก มึงน่ะจึงเลือกผู้ชายคนไหนก็ได้ ทำไมต้องมาจมกับผู้ชายคนนี้ด้วย "
ผมฟังแล้วเห้นด้วยกับเพื่อนของเธอ มาก แต่ไม่พูดสนับสนุน
ผมตอบ " เธอไม่ได้โง่ เธอแค่รักเขาหมดหัวใจจริงๆ " "หนูเบื่อแล้วกับ ความรู้สึกแบบนี้ มันทรมาน หนูทรมานมาเป้นปีแล้ว เพื่อนไป
เห้นจะจะ ว่าอยู่กับ ญ อื่น หนูรู้ทั้งรู้ "
" เธอ ก็ยัง ตัดใจไม่ได้ใช่ไหม " ผมถาม
เธอตอบ "ใช่ ทำไมมันต้องเป้นแบบนี้ เธอร้องไห้ออกมา "
ผมบอก " พี่อิจฉา ผู้ชายคนนั้นมากเลย เขาเป้นคนทีโชคดีจริงๆ " " เธอรักเขาหมดหัวใจ จริงๆ"
ผมบอก " เธอมีคุณค่าในตัวเองนะ โบว์ เธอต้องเข้มแข็ง รู้ไหมยังมีคนที่เห้นค่าเธออีกเยอะ "
" หนูถึงไม่อยากคบใครใหม่ เพราะคนที่มาคบกับหนูโชคร้ายแน่ๆ เพราะหนูตัดใจจากเขาไม่ได้ หนูปิดตัวเองสุดๆ "
ผมเริ่มเข้าใจว่าเธอเป็นอย่างไร ผมจึงถาม "เขาอายุเท่าไหร่ " เธอตอบ
"อายุมากแล้ว " ผมถามต่อ " เท่าไหร่ สามสิบกว่าสี่สิบ " เธอบอกสีสิบ
ผมเลยหมั่นไส้พูดออกไป " อายุเท่านี้เผลอมีเมียมีลูกแล้วมั๊ง "
เธอตอบ " มีเมียแล้ว แต่ เลิกกันแยกกันอยู่ต่างคนต่างอยู่ " ผมอึ้ง กรรมมเจงๆ อารมณ์ป๋าเลี้ยงเด็กแหงๆ
เลยหลับหูหลับตาสวนไปอีกหมัด " เขาคงช่วยเหลืออะไรเธอมากสินะ "
เธอเสียงแข็ง " ไม่มีอ่ะ หนูไม่เคยพึ่งพาเงินใครไม่เคยขอถ้าอยากให้หนูก็รับ หนูยอมรับว่าเขาเคยช่วย แต่พี่คิดดูนะ ถ้าหนู
คบกับเขาเพื่อสูบเงิน หนูจะมาซีเรียสทำไมว่าเขาจะรักไม่รัก แค่มีเงินให้หนูก็พอแล้ว จริงไหม "
ผมเริมเมาหมัดสวนเธอ เธอยิงมาอีก " หนูพูดตรงๆกับพี่ก็ได้ ไม่โกหก "
ผมเงียบถามเบาๆ " อะไรหรือ "
"เขาก็คือคนนั้นแหละ คนทีมาตอนหลังทีหนูบอกลูกค้าน่ะ นั่นแหละ แฟนหนู ซึ่งไม่ได้เจอกันนานแล้วเขายอมมาดูที่ทำงานใหม่หนู "
ผมน๊อคเลย โอโห ขานั้น อย่างป๋า มาทีหลังสั่งดื่มให้โคโยตี้ทุกคน(ประมาณสิบกว่าชีวิต) คนละสี่ดื่ม
เฉพาะน้องโบว์ รันให้แล้วยัง ตากีล่าอีก 5 แก้ว
ผมนึกในใจ ตูจะเอาอะไรไปสู้ฟระ ค่าเมม ค่าดื่มยังคิดแล้วคิดอีก เข้ !!
ผมก็บอก " อืม " ผมก็รวบรวมความคิด แล้วก็ คุยกับเธอต่างๆนาๆ เราคุยกับร่วมสองชั่วโมงครึ่ง ส่วนใหญจะเป้นผมพูดวนไปวนมาปลอบใจซะมากกว่า
ก่อนจะวางผมบอกมีอะไรโทรมาได้ตลอด ห้ามโทรหาพี่หลัง เซเว่นปิดนะ เธอหัวเราะ
แล้วเราก็วางสาย
ผมถามตัวเอง ผมควรจะถอย ผมไม่มีอะไรไปสู้หรืองัดแฟนเขาได้ ผมควรตัดใจ คนหน้าตาดีขนาดนี้
ทางเลือกเขามีเยอะ แต่ผมหลงเธอไปแล้ว จะเรียกว่ารัก ถามว่าได้ไหม คิดถึงตลอด ดีใจมากๆที่โทรมา ขอให้ได้คุย ได้เห้เห็นหน้า
อันนี้ผมไม่ทราบว่ารักหรือยัง แต่เธอมีคนทีเธอรักหัวปักหัวปำอยู่แล้ว
ถ้าผมดึงเธอออกมาได้ แล้วถ้าวันนึงเขากลับมาทวงเธอคืนมาทำดีกับเธอ แล้วผมคบกับเธอไปแล้ว หัวใจผมจะสลายซักแค่ไหน
ผมแพ้แบบ ทีมชาติ ขเมร เตะ กับ ทีมชาต บราซิล ไม่ต้องคิด ไม่ต้องแทงเลย
แต่ผมได้เจอเธอแล้ว ผมทำดีทีสุดหรือยัง ผมคิดสับสนในใจมากมาย ผมอึดอัด
ผมรวบรวมข้อมูลตอนคุยกับเธอแรก ๆ เธอบอกว่า บ้านเปิดร้านอาหารอยู่แถว มีนบุรี ผมนึกได้
เมื่อกี้เธออยู่บ้าน
ผมจึงตัดสินใจขับรถไปทีร้านเธอ แม้ผมไม่เคยไป แต่เธอบอกร้านเธอตรงข้ามกับสถานศึกษาแห่งนึง ผมจึงไปแถวนั้น
และถามมอไซรับจ้างเอาทีละวินๆ จนเจอ พอผมเจอร้านทีคิดว่าใช่ ผมจึงโทรหาเธอ อำเธอ
ถามเธอว่า ร้านเธอมีแบบนี้ๆใช่ไหม เธอตกใจถามว่ารู้ได้ไง ผมบอกพี่มาถึงแล้วจะมาทานข้าวหน่อย
ผมลงไปทานข้าวร้านเธอ พึงเปิดใหม่ๆ เจอพ่อแม่เธอ ผมกำลังจะ แนะนำว่าเป็นรุ่นพี่ที่ มหาลัย เธอพูดทันที
" พี่เค้าเป็น ลูกค้าที่ร้าน " ผมก็ เอ้า เวร เอาไงก็เอา
ผมกินข้าวอร่อยดี เก็บรายละเอียด เธอเมื่ออยู่ภายนอก ช่างดูเป็น ผู้หญิง ทีน่ารักอะไรอย่างนี้ แสงสีในร้านต่างหากที่บดบังความน่ารัก
ทีแท้จริงของเธอ
สักพักเธอไปเลื่อนรถเพราะพ่อขอบอกเลือนรถเธอหน่อย บังหน้าร้าน
ผมเริ่มสังเกตุเห็นรถที่เธอขับ ผมนึกในใจ " แคมรี่ตัวล่าสุดเลยเหรอวะ สาดดดดดดด "
เฮ้ยมีตังค์นี่หว่า ซื้อเองหรือใครออกให้วะเนี่ย ผมเริ่มเครียด จริงๆก็ไม่ใช่อะไรของผมนะ มีแล้วก็ดี แต่มันเหวอๆอ่ะ
เธอไม่ได้คุยอะไรกับผมมาก เพราะพ่อแม่อยู่ ผมกินอิ่มเก็บเงิน ขับรถกลับ
สักพักเธอโทรมา งง ว่ามาได้ไง บ้านอยู่แถวนี้เหรอ นึกว่าพูดเล่นมาจริงๆ ขับมาไกลนะ
เราคุยกันผม มีความสุขมาก
ผมถามเธอว่า " นี่ก็เย็นแล้วไม่ไปทำงานเหรอวันนี้ " เธอบอก " กำลังขับรถไปค่ะ"
ผมเลยได้โอกาสถามเรื่องรถ ผมได้รู้ลายระเอียดของเธออีกมากมาย
ยิ่งผมได้รู้ลายระเอียด ผมก็ยิ่ง ทั่งประทับใจและหนักใจ ในเวลาเดียวกัน
เธอ เรียนจบ ป ตรี ทีมหาลัยมีชื่อแถว ลาดพร้าว
ตอนนี้เธอ ต่อ ป โท มหาลัยเอกชนชื่อดัง
เธอซื้อรถคันนี้ เธอบอกเงินตัวเอง มาปีกว่าแล้ว
เธอซื้อบ้านให้พ่อกับแม่ แล้ว
เธอกำลังเก็บเงินไปเรียนภาษาทีนิวซีแลนด์ ผมไม่เคยเจอ ญ ทำงานกลางคืนทีเรียนสูงขนาดนี้ ผมไม่เคยเจอ ญ ทำงานกลางคืนที่แบ่งเวลาทำงาน เรียนและ เก็บเงินได้ลงตัวขนาดนี้
เธอบอกทัศนคติเธอ " ท่าทำตรงนี้ทำแล้วต้องมี ทุกอย่าง ไม่งั้นจะทำทำไม มันเปลืองตัว เปลืองสุขภาพ หนูทำมาสีปีแล้ว
หนูรายได้ไม่เคยต่ำกว่าแสนห้าต่อเดือน หนูไม่ได้คุย หนูพูดจริง สมัยทำ แทงโก้ เดอะเพ้น หนูไม่ขับรถเลยเพราะดื่มตากีล่าวันละเป็นสิบๆ แก้ว
แต่ทีหนูย้าย มาทำตรงนี้รายได้น้อยกว่า ก็จริงแค่ ห้าหกหมื่น(เอง) แต่มันได้อยู่ใกล้เพื่อนและ เปลี่ยนจากบรรยากาศเดิมๆ "
ผมประทับใจพร้อมกับหวาดหวั่นในใจ มันเรื่องใหญ่ไปแล้วเนี่ย สักพักประโยคทองคำก็ดัง
"พี่ บ. ไปร้านหรือเปล่าคะ " "เอ่อ " " ไปดิ จะได้นั่งคุยกันวันนี้ไม่เอาดื่ม(คอกเทล)อยากนั่งคุยสบายๆกับพี ดีออกไม่ต้องเฟก"
นึกในเฟกไร ตรูรู้ซะ จะถอยแล้วเนี่ย เฮ้อ
เลยตามเลย เพราะคนมันเคยตามเคย ตอบ " ไปจ๊ะ " เธอถึงร้าน ผมถามวางก่อนไหม เธอบอกไม่เป้นไรคุยได้ จนเธอไปสระผมจึงวาง
ผมคิดว่าเข้ากีโมงดี ดึกๆหน่อยน่าจะดี เพื่อน้องๆ นั่งๆไปหมด ผมจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว(ตังค์)มาก
น้อง อ.pr โทรมา ผมออกจากภวังค์ "ครับ ว่างาย"
วันนี้พี่เข้าหรือเปล่า ผมบอก " ไม่รู้เลย " เธอบอก " ไม่ต้องเข้าหรอก " "มาบ่อยๆเปลืองเจอกันข้างนอกมั่งก็ได้ "
"คิดถึงพี่ บ นะคะ อย่าเจ้าชู้นะ เข้าทีทำงานแล้วจะโทรหาพีอีกทีนะคะ " " จุ๊บๆ " เธอวางสาย
ผมนึกในใจเธอช่างดีจริง เฮ้ย !! บอกว่าจะเข้านี่หว่า กับ น้องโบว์ กับน้อง อ pr ดันผ่าว่าไม่เข้า
ผมจะทำยังไงดี ผมจึงระดมจัดทัพเพื่อน ได้ นายกอง กับเสธ. อีกคนมาเป้นทีปรึกษา แนวรบ ว่าจะรุกรับร่นถอยอย่างไรดี
คำตอบสั่นๆ จาก เสธนาธิการ ของผม พูดเป้นเสียงเดียวกัน
" ไม่รู้ว่ะ "
อืม................... ขอบคุณ ผมจึงหันไปปรึกษาพี่สิงห์(เบียร์) ผมปรึกษาไป สามสีขวดจึงได้คำตอบ
" กูจะเข้าร้าน !! " ผมประกาศกร้าว
เพื่อนๆ " หา !! " " เอาจริงเหรอวะ" " !!?? "
แล้วมึงจะนั่งกับใคร
ผมตอบ "คอยดู กู "
ผมบิดสวิสต์กุญแจรถ บึ่งเข้าร้าน จากร้านข้าวต้มที่ เป็นศูนย์บัญชาการรบชั่วคราว ไปร้านทีเป้นสมรภูมิไม่ไกลนัก
ผมตัดสินใจเข้าประตู หน้าอย่างผ่าเผย เพราะผมมีใจสิงห์(เบียร์) อยู่ในร่างกาย
พอเดินเข้าไป อ่ะจ๋ายยยยยยยยยยยยย เต็มๆๆ กำลังจะถึงโต๊ะที่ จองไว้หลบมุม น้อง อ. โผล่ออกมาจากเค้าเตอร์
"อ้าว " "อุ๊ย " "ตกใจมากเหรอเห็น อ. " เหมือนพี่หลบๆใครเดินไวไว
ผม